วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

สมุนไพรและเครื่องเทศจากสุดขอบโลก

สมุนไพรและเครื่องเทศจากสุดขอบโลก

                เครื่องเทศเป็นเหตุให้เกิดประวัติศาสตร์หลากหลายมิติของมนุษย์ครับ เราไปรู้จักที่มาและที่ไปของเครื่องเทศ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจชีวิตของบรรพบุรุษผ่านนานาพืชพรรณที่ทรงอิทธิพลยิ่งในประวัติศาสตร์ให้มากยิ่งขึ้น

                หญ้าฝรั่น เครื่องเทศราคาแพงที่สุดในโลก ด้วยราคาแพงระยับของมันและประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าสามพันปี หญ้าฝรั่นก็คือเกสรเล็กๆสามเส้นของดอกไม้ขนาดเล็ก ต้องใช้ดงดอกหญ้าฝรั่นถึงราว 1 สนามฟุตบอลกว่าจะเก็บเกสรได้สัก 0.5 กก. ดังนั้นราคาของมันจึงแพงมหาศาล ในสมัยโบราณสีสวยของหญ้าฝรั่นถูกนำมาใช้ผสมน้ำอาบ ย้อมผ้า ว่ากันว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชทรงโปรดมาก ขนาดให้ผสมลงในเครื่องเสวยของพระองค์จนเป็นสีเหลืองสวยงามและผสมน้ำสรงให้ทรงแช่รักษาบาดแผลจากการสู้รบ
ในยุคกาฬโรคระบาดยุโรป หญ้าฝรั่นถูกปั่นราคาสูงขึ้นด้วยเชื่อว่าใช้รักษาโรคได้ มีการแย่งแหล่งการค้ากันถึงขั้นเป็นสงครามย่อยๆ (Suffron war) จนกระทั่งต้องออกกฎหมายเฝ้าระวังการขายหัวของต้นหญ้าฝรั่นปลอมในเมืองนิวเรมเบิร์ก
วานิลลา ในปัจจุบันแหล่งผลิตรายใหญ่ของวานิลลาคือ “มาดากัสการ์” วานิลลากว่าครึ่งของโลกมาจากเกาะแห่งนี้ วานิลลาที่ดูหาง่ายกินสะดวกนี้มีราคาแพงเป็นอันดับ 2 รองจากหญ้าฝรั่นที่ว่าแพงสุดๆในโลกเลยทีเดียว เพราะขั้นตอนการปลูกที่ต้องลงทุนและลงแรงมาก ดังนั้นวานิลลาที่เราเห็นเหมือนหาง่ายตามท้องตลาดทั่วๆไป จึงอาจไม่ใช่วานิลลาแท้เสมอไป แต่เป็น “วานิลลาสังเคราะห์ให้มีกลิ่นรสคล้ายวานิลลาในผลิตภัณฑ์ต่างๆเท่านั้น
จันทน์เทศ หรือที่ฝรั่งเรียก “นัทเม็ก” มีทั้งเม็ดและดอก ถือเป็นเครื่องเทศหายากอีกชนิดหนึ่งในโลกสมัยโบราณ สมัยก่อนชาวยุโรปตื่นเต้นกับสมุนไพรชนิดนี้มาก ด้วยมีกลิ่นและรสที่เป็นเอกลักษณ์ มีกลิ่นอายของดินแดนเขตร้อนที่อยู่ไกลแสนไกล จึงพยายามเสาะหาที่มาของมัน แต่ปรากฏว่าเรื่องนี้ถูกปิดเป็นความลับระดับ “สุดยอด” เริ่มจากพ่อค้าชาวอาหรับที่ล่วงรู้แหล่งกำเนิดของมันว่าอยู่ในหมู่เกาะโมลุกกะแถบอินโดนีเซียในปัจจุบัน แต่ในสมัยนั้นถือว่าไกลแสนไกลสุดขอบโลก เพราะยากที่จะมีชาวตะวันตกเดินทางมายังเกาะชวา แล้วความลับก็ไม่เป็นความลับเมื่อชาวโปรตุเกสไปจับชาวพื้นเมืองมาบีบบังคับให้บอกแหล่งที่มาของจันทร์เทศ จนที่สุดแล้วนำไปสู่ “สงครามเครื่องเทศ” ที่โด่งดังในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเมื่อเสียเลือดเนื้อไปอย่างมหาศาลแล้ว จันทร์เทศก็ถูกส่งออกไปยังยุโรปโดยชาวดัตช์ที่ต้องการผูกขาดการค้าไว้แต่ผู้เดียวโดยจะส่งเฉพาะผลที่ไม่อาจปลูกขึ้นได้ไป แล้วต่อมาอังกฤษก็ได้นำพันธุ์จันทร์เทศไปเผยแพร่ยังเกาะอื่นๆอย่างเกรนาดาและซานซิบาร์ ก็เป็นอันสิ้นสุดยุคแห่งการผูกขาดผลจันทร์เทศ
บัวหิมะ สมุนไพรสูงค่าทั้งในตำราแพทย์และตำนานจอมยุทธ์ โดยความพิเศษของบัวหิมะนั้นเริ่มตั้งแต่ถิ่นที่อยู่ที่งอกขึ้นแสนไกลในดินแดนหลังคาโลกอย่างทิเบตเรื่อยขึ้นไปจนถึงแถบขั้วโลก ในเมืองจีนนั้นมีที่ขึ้นชื่ออยู่แถบเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมทั้งปีอย่างเทียนซาน คุนหลุน และอัลไต ซึ่งในหนังกำลังภายในก็จะต้องให้จอมยุทธ์ดั้นด้นไปหา แต่ว่ายุคนี้ใครอยากเห็นหน้าเห็นตาของมันแค่เปิดกูเกิลดูก็ได้ เห็นแล้วจะนึกขอบใจผู้ที่ตั้งชื่อว่าช่างตั้งเหมาะที่สุดดุจดอกบัวตมที่แย้มบานกลางทะเลหิมะด้วยอยู่บนยอดเขาสูงชันกว่า 3,000 เมตรเป็นอย่างต่ำ ในคัมภีร์โบราณสมัยราชวงศ์ชิงระบุไว้ว่า บัวหิมะที่สูงค่าที่สุดคือดอกที่เกิดบนยอดสูงสุดเทือกเขานั้น ส่วนดอกที่ผุดออกมาในที่ต่ำกว่าก็จะมีค่าถัดลงมา บัวหิมะใช้ทำยาได้หลายชนิด จอมยุทธ์ท่านจึงต้องเสี่ยงชีวิตขึ้นไปหามานั่นละครับ
ถั่งเช่า เป็นสมุนไพรที่มีหน้าตาคล้ายหนอนขนาดจิ๋วตากแห้ง ซึ่งเกิดจากเห็ดราที่งอกอยู่ในตัวหนอน มันจึงถูกนิยามไว้อย่างเห็นภาพว่า “หนาวเป็นหนอน ร้อนเป็นหญ้า” เพราะว่ามันคือซากหนอนที่ถูกเชื้อราเข้าไป “ครอบ” เสียแล้ว พูดง่ายๆว่ามันคือ “มัมมี่หนอน” ซึ่งที่มาของมันก็แสนพิสดารอยู่แล้ว ตำนานของถั่งเช่ายังอัศจรรย์กว่า โดยเชื่อกันว่าปฐมกษัตริย์ของจีนคือ “ฉินซีฮ่องเต้” ทรงใช้ถั่งเช่าเป็นหนึ่งในโอสถอมตะของพระองค์
หากท่านใดคิดจะหามากินสักตัวเอาแบบไม่กลัวของปลอมก็จะต้องดั้นด้นขึ้นไปถึงแดนทิเบตหลังคาโลก ด้วยยอมรับกันในหมู่ผู้รู้ว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของ “ถั่งเช่าแท้”ที่แม้ตัวของมันจะเล็กจิ๋วแต่ราคาของมันไม่น้อยเลย มีตั้งแต่หลักแสนถึงเป็นล้านบาทต่อ 1 กิโลกรัมในแบบที่เป็นตัวงามๆ ซึ่งก็มีคนที่พร้อมจะควักจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งมันมาไว้ในครอบครอง
พริกไทย มีกำเนิดมานานแถบเอเชียใต้ ซึ่งถูกนำมาขึ้นโต๊ะอาหารของชาวชมพูทวีปมาตั้งแต่ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยโบราณนั้นพริกไทยถูกใช้กันอย่างแพร่หลายแถบตะวันออกไปจนถึงตะวันออกไกลอย่างอียิปต์โบราณ ซึ่งมีการนำมาใช้ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงอย่างกระบวนการทำมัมมี่ โดยมีหลักฐานสำคัญคือเมล็ดพริกไทยในพระนาสิกของพระศพอาบยาฟาโรห์รามเซลมหาราช ซึ่งท่านหาชมได้ในภาพถ่ายเอกซเรย์มัมมี่พระศพ แต่ในไอยคุปต์เมื่อกว่า 3,000 ปีก่อนนั้น พริกไทยถือเป็นของหายากด้วยต้องขนมาทางเรือจากอินเดีย ราคาของมันจึงแพงเป็นดั่ง “ทองคำสีดำ” ในสมัยนั้นจนผู้คนบางแห่งใช้พริกไทยแทนเงินตราแลกเปลี่ยนได้ ข้อพิสูจน์นี้อยู่ในภาษาดัตช์ที่เรียกพริกไทยว่า “เปเปอเดอร์(peperduur)” ซึ่งแปลว่าพริกไทยที่สูงค่า
เห็ดทรัฟเฟิล เป็นสุดยอดแห่งเห็ดที่ขึ้นโต๊ะเสวยราชาและราชินีแห่งยุโรป แม้หน้าตาของมันจะดูไม่สวยงามเป็นก้อนขรุขระสีดำ แต่ด้วยกลิ่นและโอชารสที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในทุกอณูของมันทำให้ทรัฟเฟิลขึ้นแท่นเห็ดไฮโซที่เปรียบได้ดั่ง “คาเวียร์แห่งวงการเห็ด” ซึ่งการเก็บทรัฟเฟิลนั้นต้องใช้สุกรที่ฝึกมาแล้วเป็นอย่างดีให้ตามกลิ่นของทรัฟเฟิลได้ไว ส่วนคนตามไปก็ต้องไวพอที่จะกันหมูไม่ให้ตะลุยหม่ำทรัฟเฟิลก่อน ทรัฟเฟิลอยู่ใต้ดินจึงค่อยๆบรรจงขุดลงไปอย่างนิ่มนวลไม่ให้กระเทือนเห็ด เพราะเห็ดที่เป็นก้อนสมบูรณ์ดีนั้นราคาสูงดั่งทองคำทีเดียว ซึ่งทรัฟเฟิลมีแหล่งที่อยู่ไกลถึงแถบเมโสโปเตเมียเมื่อ 4,000 ปีก่อนโน้น จนต่อมาปราชญ์โรมันอย่างพลูตาร์คกล่าวถึงมันไว้ว่าทรัฟเฟิลเกิดมาจากสายฟ้าและความอุ่นชื้นกำลังดีในผืนดิน ทรัฟเฟิลมาโด่งดังอีกครั้งในยุคเรเนสซองส์ของยุโรป เมื่อฟรังซัวร์ที่ 1 พระเจ้ากรุงฝรั่งเศสทรงโปรดเห็ดชนิดนี้มากถึงกับให้จัดโต๊ะเสวยอยู่เนืองๆ แล้วต่อมาก็กลายเป็นของแพงหูฉี่ (ขึ้นเรื่อยๆ) ในปัจจุบัน โดยมันเคยมีราคาประมูลที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อคือกว่า 10 ล้านบาทต่อกิโลกรัม
มหาหิงคุ์ เป็นสมุนไพรกลิ่นแรงติดจมูก สมัยก่อนผู้ใหญ่มักใช้มหาหิงคุ์ทาท้องเด็กเวลาอืดไม่สบาย เด็กไทยรุ่นโน้นก็จะมีพุงที่กรุ่นกลิ่นมหาหิงคุ์แทบทุกคน ท่านที่นึกภาพไม่ออกขอให้นึกถึงก้อยางไม้สีดำขรุขระ นั่นละครับคือหน้าตาของมหาหิงคุ์ยามที่เขาเอามาแบ่งขาย มันเป็นส่วนของยางไม้ (gum resins) จากรากของพืชชนิดหนึ่งซึ่งเอามาป่นแปรรูป ต้นกำเนิดของมันอยู่แถบเอเชียกลางคืออัฟกานิสถานและอิหร่าน บ้างว่าอยู่ไกลถึงแถบเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนกลิ่นที่ว่ารุนแรงเหลือเกินนั้นเมื่อเอาปรุงอาหารผ่านความร้อนร่วมกับสมุนไพรอื่นๆแล้วจะให้ความหอมหวานเป็นเสน่ห์ให้อาหารมากครับ ซึ่งกลิ่นนี้มาจาก “กำมะถัน” นั่นเอง มันถูกนำมาปรุงในอาหารจานเด็กของเอเชียมากมาย เช่น ชัทนีย์และดัลที่เป็นแกงถั่วจิ้มกับแผ่นแป้งแสนอร่อย แกงกระหรี่แบบอินเดีย ผักดอง นอกจากนั้นยังใช้หมักเนื้อสัตว์ต่างๆให้นุ่มนวลลิ้นได้ โดยมหาหิงคุ์มีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์เมื่อมันใช้ปรุงอาหารในกองทัพพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเมื่อทรงยาตราทัพมายังมหาอาณาจักรเปอร์เซีย
คนไทยเราอยู่ใกล้สมุนไพรและเครื่องเทศมาก เพราะสุวรรณภูมิเป็นดั่งศูนย์กลางที่มีเรือจากฝั่งตะวันตกและตะวันออกผ่านเข้ามา คนไทยเราจึงชินกับเครื่องเทศทั้งแบบทั่วไปและหายากดั่งทองดังที่เล่าไป ในขณะที่ฝรั่งยุคเดียวกันมีเครื่องปรุงเพียงไม่กี่อย่างบนโต๊ะอาหารเช่นเกลือ พริกไทย ใบเสจออริกาโน่ ซึ่งส่วนใหญ่ให้กลิ่นรสบางๆไม่กลบรสอาหาร จึงไม่น่าแปลกที่ชาวตะวันตกหลายท่านได้ลิ้มลองเครื่องเทศแล้วจึงตัดสินใจในรสชาติจนต้องออกตามล่าหามาไว้สนองชิวหาสัมผัสทั่วทั้ง 7 คาบสมุทร ด้วยเสน่ห์ที่ไม่อาจหยุดยั้งของเครื่องเทศทั้งมวลนี่เองครับ

ข้อมูลโดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช